3/05/2548

อั่งเปาของแม่

เพิ่งได้อีเมล์ เห็นว่าน่าอ่านดี เลยเอามาให้ฝาก..

----------**********------------------
เมื่อคืนหลังเที่ยงคืนได้ดูรายการ CineXtation ที่ช่อง 5 หรือ 9
จำไม่ได้ ไม่รู้เพื่อน ๆ คนไหนเคยดูบ้าง ประทับใจมาก ๆ เลย
เพราะเป็นรายการที่สนับสนุนนำเสนอผลงานของผู้กำกับไฟแรงหน้าใหม่
ได้มีผลงานเป็นหนังสั้นราว 10 นาที มีการประกวดด้วย
รู้สึกว่าจะคัดเหลือ 50 เรื่องมั๊ง

เรื่องสั้นเมื่อคืนสุดยอดมาก ๆ ชื่อว่า "อั่งเปาของแม่"
แค่ชื่อก็น้ำตาจะไหลแล้ว สร้างเมื่อปี 2543
ถ่ายทำได้สวยมาก ๆเลย
ภาพสวยเหมือนดูสารคดีท่องเที่ยวหรือโฆษณาดีๆ สักเรื่องหนึ่ง
เคยอ่านเรื่องสั้นในหนังสือแล้วนึกตามมั๊ยว่าถ้าสร้างเป็นหนังต้องเป็นอย่างนี้ ๆ
นะตามจินตนาการไป มันออกมา แบบ เพี๊ยะ ๆเป๊ะๆเลยครับ
ผู้กำกับเรื่องนี้เพิ่งอายุได้ 20 กว่า ๆเอง อีกหน่อยดังแน่ ดันจำชื่อไม่ได้อีก
ใครรู้ช่วยบอกทีนะ

อั่งเปาของแม่เป็นเรื่องของหญิงชราคนนึงที่อาศัยอยู่ในบ้านไม้ในต่างจังหวัดตัวคนเดียว
ที่รอการกลับมาของลูกชายที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ
เพียงปีละครั้งเพื่อให้ลูกได้ไหว้พ่อและไหว้เจ้าในวันตรุษจีน
คำพูดที่พูดกับลูกทางโทรศัพท์ขอร้องให้ลูกกลับมาไหว้พ่อบ้าง
เยี่ยมแม่บ้าง "แม่คิดถึงลูกนะ...ลูก" นั้นสะทกสะท้อนใจผมมาก
แต่ลูกกลับตอบอย่างเสียไม่ได้ว่า "ติดงานอยู่แม่คงไม่ได้กลับไปหรอก ไกลด้วย"
ในที่สุดเพื่อตัดรำคาญแม่ "เอาละ เอาละ แล้วจะกลับไป" .....
รอยยิ้มของแม่ที่แสนดีใจที่ลูกจะกลับมาในไม่ช้า
ทำให้แม่เข้าไปในตลาดเพื่อรับจ้างเย็บผ้า ตัดขากางเกง
เพื่อเอาเงินค่าแรงทั้งหมดที่ได้มาใส่อั่งเปาให้ลูก
ใกล้ถึงวันไหว้แม่ก็ยิ่งตื่นเต้น แม่เตรียมอาหารที่ลูกชอบไว้พร้อมหมด
แล้วก็ถึงวันไหว้ในเทศกาลตรุษจีน แม่ตั้งโต๊ะไหว้ตั้งแต่เช้าจนสายแล้ว
คอยลูกอยู่หน้าบ้านด้วยความกระวนกระวายก็ยังไม่เห็นวี่แววของลูกเลย
รอยยิ้มน้อยๆของแม่ปรากฏขึ้นเมื่อได้ยินเสียงโทร
ศัพท์ดังขึ้น "อยู่ไหนแล้วลูก เดินทางระวังตัวด้วยนะ"
"แม่...ผมกลับไปไม่ได้แล้วนะ ติดงาน"
สั้น ๆ ห้วน ๆ แต่เอาความฝัน ความหวังของแม่ไปด้วย
"ไม่เป็นไรจ๊ะ...รักษาสุขภาพให้ดีนะลูก"
แล้วสายก็ถูกวางลง
แม่หยิบซองอั่งเปาที่เตรียมไว้ให้ลูกขึ้นมา
แล้ววางลงไปเก็บไว้ในกล่องเหล็กเก่า ๆ
ที่มีซองอั่งเปาที่เตรียมไว้ของปีที่แล้ว ๆ มาอีก 3-4 ซองนอนกองกันอยู่
.......
เรื่องทั้งหมดนี้ ดำเนินเรื่องเพียง 10 นาที ผู้แสดงเป็นหญิงชราเพียง 1 คนเท่านั้น
ให้ 5 ดาวเลย แฟนผมที่นั่งดูด้วยกัน ร้องไห้ตาบวมเลย
ส่วนผมอินกับหนังมาก
ด่าทอไอ้ลูกชายเป็นการใหญ่
แล้วก็นึกเลยเถิดไปถึงสังคมที่ต้องแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายในกรุงเทพทุกวันนี้
หลาย ๆคนลืมพ่อแม่ซึ่งเป็นพระอรหันต์ของเราไว้ข้างหลัง ห่วงแต่ตัวเองคิดถึงแต่วัตถุ
ให้ความหวังลม ๆแล้ง ๆ กับคนที่รักเรา ห่วงเรา ให้อภัยเราได้ทุกเรื่อง
เลี้ยงดูเรามาอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย
บุคคลที่เหลือเวลาที่จะอยู่กับเราไปอีกสักกี่ปี
หวังเพียงเห็นเราเติบโตเป็นคนดี ดูแลท่านยามเจ็บไข้บ้าง
กอดท่าน หอมท่าน คุยกับท่านบ้างในยามที่ไม่มีใครสัก 5 นาที 10
นาที เหลียวแลมามองท่านสักนิดเถิดนะครับ

คุณลูกทั้งหลาย
ผมอยากพิมพ์เรื่องย่อที่ผมเล่านี้ให้เป็นภาษาเขียนที่สวยงาม
แต่น่าเสียดายที่ผมไม่มีความสามารถพอ
ระหว่างที่ผมพิมพ์อยู่นี้น้ำตาของผมเอ่อรื้นขึ้น
มาตลอดเวลาไม่รู้ทำไมเหมือนกัน คิดถึงหนังสั้นเมื่อวานตลอดเวลา
ผมไม่เคยอินกับหนังเรื่องไหนมากขนาดนี
้มาก่อน อาจเป็นเพราะผมผูกพันกับแม่กับย่าและยายมาก
พ่อผมเสียตั้งแต่ผมยังเด็ก
แม่เลี้ยงผมและน้องทั้ง5 คน ด้วยตัวคนเดียวมาตลอด
ผมจึงเกลียดคนที่อกตัญญูต่อผู้ใหญ่หลาย
ๆครั้งผมถามตัวเองเมื่อผมเห็นคนแก่ที่ยังต้องมานั่งขอทานขายของ
แบกหาม ว่าลูกหลานของเขาหายไปไหนหมด
แล้วตอนหนุ่มสาวเขาทำอะไร ถึงยังต้องลำบากอย่างนี้
วันนี้คุณบอกรักคุณพ่อและคุณแม่ของคุณแล้วหรือยังครับ
ผมขออุทิศข้อเขียนและความประทับใจกับเรื่อง "อั่งเปาของแม่"นี้
ให้กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านและลูกกตัญญูทุกคน ตอนนี้แม่ผมอยู่ใกล้ ๆ
ผมตรงนี้นอนเล่นอยู่ ชักอยากกอดแม่ หอมแม่ขึ้นมาแล้วสิ
แม่ครับ ผมรักแม่ครับ.....

3/04/2548

วันที่ 4 วันสุดท้าย

และแล้ว วันนี้ ก็เป็นวันสุดท้าย ที่จะทำงานที่นี่
ไม่ใช่ เราจะเปลี่ยนงานใหม่หรอกนะ
แค่เปลี่ยนสถานที่ทำงานน่ะ
เจ๊ อยากไปอยู่ที่ที่สูง ก็เลยย้าย
เจ๊บอกว่า วิวสวย
แต่ มันแคบกว่าออฟฟิศเก่าอ่ะดิ
ไม่เป็นไร อยากได้อะไร ก็ต้องได้นิ
ทำไงได้ เป็นเจ้านายนิหว่า
แต่ดูๆ ไป การย้ายออฟฟิศครั้งนี้
คนมีความสุขอยู่คนเดียวเองอ่ะ...
ก็ คือ เจ๊...
พรุ่งนี้ พนักงานก็ต้องมาย้ายของเองอีกต่ะหาก
แม่ง ให้หา บริษัทรับขนย้ายซะนับสิบแห่ง
สุดท้าย ไม่อยากจ่ายตังค์
ทุกข์ ก็ต้องตกมาที่พนักงาน
พวกกูไม่ใช่ กรรมกร นะเฟ้ย
ให้มาขนของ น่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น วันธรรมดา ก็ไม่ย้าย
มาเบียดบังเอาวันหยุดของพนักงงานอีก
อ. บ. จริงๆ
เนี่ยะ ตอนนี้ให้แพ็คของอ่ะ
ตัวเองหายไปไหนก็ไม่รู้ ปล่อยให้ลูกน้องทำกันเอง
เข้าใจทำจริงๆ เลยนะ เจ้านาย...

3/02/2548

วันที่ 1 สะใจว่ะ

ขอต่อจากวันก่อนหน่อยนะ

ปรากฎว่า ไอ้ฟายคนนั้น มันไม่มาทำงานแล้วล่ะ
หายหัวไปเลย...
ฝ่ายเจ้านายเรา ก็ดีใจ ที่ไม่ต้องเป็นคนจัดการให้มันออก
แถมกะไม่จ่ายเงินเดือนอีกต่ะหาก (ถ้า ไม่มีการติดต่อกลับมา)
แม่งๆ พอๆ กันทั้งคู่เลยว่ะ
อิ เจ๊ก็เป็นเชี่ยอะไรก็ไม่รู้
เหลือน้องสุดสวย (นามสมมุติ) อีกคนที่ค่อยมาช่วยเรา
เจ๊ ก็พยายามจับผิด แม่งอยู่ได้
มาสาย (เลย 9 โมง) ก็จะหักตังค์
มาก่อน 9 โมง ก็ แม่งหาเรื่อง เจ๊บอกว่า นาฬิกาเจ๊มันเลย 9 โมงแล้ว
ไม่รู้บ้าอะไร นักหนา

วันนี้ น้องสุดสวยเลยเหลืออด
มาถามเราว่า "พี่... หนูจะส่งเมล์ไปถามเจ๊ว่า
จะเอายังไงกับหนู อยากให้อยู่ หรือให้ออก
จะได้หางานใหม่ พี่ว่า ดีมั้ย"
อ่า... ไอ้เราก็ไม่ค่อยอยากจะเสียลูกมือไปอีกคน
ก็เลยบอกให้คอยก่อน ให้ร่างเมล์ไว้ แต่ไม่ต้องส่ง
คอยดูท่าทางแกอีกนิด...
มีเพื่อนคนนึง บอกว่า ท่าทาง เจ๊แก เมนส์ไม่มา
แต่ เราว่านะ ของเจ๊น่ะ คงไม่มานานแล้ว.. อิอิอิ
เพราะ แม่ง บ้ามานานว่ะ

ก็ลองคิดดู คนเค้าเบื่อกันทั้งตึกแล้ว
ก็เล่นไปยุ่งกะเค้าทั่ว...
ขนาดเครื่องถ่ายเอกสารเสีย
เจ๊ยังด้านหน้า ไปขอเค้าซีร๊อกส์ที่บริษัทอื่นอีก
ไม่เคยขายหน้าเลยว่ะ... เนี่ยนะ เจ้านายกู
ไม่เคยรักษาภาพพจน์เลย

เออ พูดถึงเครื่องพริ้นเตอร์แล้ว สะใจว่ะ
ก็เจ๊แกให้ใช้แต่ กระดาษรียูส
สุดท้ายเครื่องเจ๊ง
จากที่จ่ายค่ากระดาษใหม่ๆ รีมล่ะร้อย
ตอนนี้ จ่ายค่าอะไหล่ สี่ ห้า พัน
สมน้ำหน้า งก ดีนัก...
สะใจ้ สะใจ ว่ะ...

บ่นมาเยอะ
เมื่อกี้เช็คเมล์ รุ่นพี่ เราจะแต่งงานอีกคนนึงแล้ว...
ขอแสดงความยินดีด้วยนะพี่ แล้วผมจะไปร่วมแสดงความยินดีด้วยครับ..

2/28/2548

ขอระบายหน่อยนะ

พรุ่งนี้เงินเดือนออก... หรือป่าวหว่า...
กลัวเป็นเหมือนเดือนที่แล้ว เงินเดือนออกวันที่ 4 อ่ะ..

ยิ่งเจ้านายเราไม่ค่อยอยากจ่ายเงินซะด้วยดิ...
ไม่รู้เป็นไร งกขึ้นสมองว่ะ ช่วงนี้ เจ้านายเรา

วันก่อนอิแค่กระดาษ แม่งมาว่าเรา
ไอ้เราก็บอกแล้วว่า เข้าใจ โอเคๆๆๆ
ยังจะตามมาว่ากูอีก
อิ แม่ง โคตรงกเลย...
เราก็เลยประกาศว่า...

นับจากนี้เป็นต่อนไป ไม่ต้องให้กูยุ่งเกี่ยวกะพริ้นเตอร์
ใครจะมีปัญาหาก็ช่าง แม่ง...

วันถัดมา มีกระดาษบอกว่า ให้ใช้กระดาษ รียูส เท่านั้น
แม่ง โครตอารมณ์เสียเลย...

กะจะไม่คุย ไม่มองหน้า แม่งมัน
สุดท้าย เสือกเรียกเข้าไปคุยในห้องอีก
จะเรื่องอะไรล่ะ เรื่องจะเอาเด็กออก
ไม่รู้อะไรนักหนา
เพิ่งรับน้องเค้ามาแท้ๆ จะเอาออกแล้ว
สาเหตุก็คือ น้องเค้าไม่เก่ง
ทำไม่ได้ดั่งใจ
แล้ว เจ๊แกพาลทุกเรื่อง
หาว่า น้องเค้าเข้าห้องน้ำนานบ้างล่ะ
นั่งเฉยๆ ไม่ทำงานบ้างล่ะ...
ช่างสรรหาเหตุผลซะเหลือเกิน

เราเลยบอกไปว่า แล้วแต่
เรามันแค่ลูกน้องธรรมดาๆ ตัดสินใจไม่ได้หรอก
ก็ตอนรับ เจ๊เสือกไม่ถามความเห็นกู
ที่จะเอาออก ดันมาถามความเห็น
ใช่เรื่อง...
แล้วนี่ มาบอกว่า ถ้าเราไม่เอาก็ให้ออกเลย
ถ้าเราโอเค ก็ยังให้อยู่
ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ กู...

แล้ว ไอ้เด็กนั่น ก็โครตกวนตีนซะ
ให้นั่งลองทำงาน แม่งดันบอกว่า ของจิ๊บ จิ๊บ
เด็กๆ เค้าทำกัน...
ไอ้ ฟายเอ้ย... ก็ให้มึงหัดทำ มึงไม่ทำ
มึงจะทำไรฟะ
แม่งปากบอกอยากทำได้เหมือนกู
แค่ให้ทำนิดหน่อยก็ไม่ทำแล้ว
มึงจะทำได้เหรอ

น่าเอามันออกดีมั้ยวะ...





ปล. วันนี้โหมดกินยาระบายมา...
ระบายซะเต็มที่... อิอิอิ